Nickel brass เคเบิ้ลแกลนทองเหลือง
เคเบิลแกลนที่ผลิตจากทองเหลืองชุบนิกเกิลมีข้อดีเหนือกว่าวัสดุพลาสติกทั่วไปในด้านความแข็งแรงเชิงกล (Mechanical Strength) การชุบนิกเกิลไม่เพียงแต่ให้ความเงางามที่ดูสวยงามเป็นมืออาชีพ แต่ยังมีหน้าที่หลักคือ การป้องกันการกัดกร่อน (Anti-corrosion) ทำให้สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบัน เช่น พื้นที่ที่มีความชื้นสูง หรือบริเวณที่มีสารเคมีเจือปน นอกจากนี้ยังสามารถทนต่อรังสี UV (Anti-UV) ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานไม่กรอบแตกง่าย
ความแตกต่างระหว่างทองเหลืองชุบนิกเกิลและพลาสติก PA
ในหลายโครงการอาจมีการเปรียบเทียบระหว่างการใช้เคเบิลแกลนพลาสติกและทองเหลืองชุบนิกเกิล แม้พลาสติกจะมีราคาที่ถูกกว่า แต่ในแง่ของ “ความมั่นคงปลอดภัย” วัสดุทองเหลืองชุบนิกเกิลให้ความมั่นใจได้มากกว่าในเรื่องของแรงยึดเหนี่ยว (Strain Relief) ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้สายไฟหลุดจากการเชื่อมต่อภายในตู้เมื่อถูกดึงหรือกระชาก นอกจากนี้ในสภาวะที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Thermal Shock) วัสดุโลหะจะมีการขยายตัวและหดตัวที่คงที่กว่าพลาสติก ทำให้ซีลยางยังคงแนบสนิทกับตัวเรือนโลหะ รักษาคุณสมบัติการกันน้ำได้ดี
รายละเอียดสินค้าและราคา
สินค้าและบทความใกล้เคียง
การเลือกขนาดและมาตรฐานเกลียวให้เหมาะสมกับหน้างาน
การเลือกเคเบิ้ลแกลนทองเหลืองไม่ได้พิจารณาเพียงแค่ความสวยงาม แต่ต้องเริ่มจากการพิจารณา “มาตรฐานเกลียว” ให้ตรงกับช่องเจาะของตู้ควบคุม (Enclosure) โดยหากเป็นตู้ที่นำเข้าจากฝั่งยุโรปมักจะใช้เกลียว PG ซึ่งมีความละเอียดของเกลียวเฉพาะตัว แต่หากเป็นงานสมัยใหม่หรืองานระบบ Metric มาตรฐานเกลียว M จะเป็นตัวเลือกหลัก การตรวจสอบขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของสายไฟ (Cable Range – D1) จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะหากเลือกขนาดที่กว้างเกินไป ซีลยาง NBR จะไม่สามารถบีบรัดสายไฟได้แน่นพอ ส่งผลให้เสียมาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่น (IP Rating) และหากเลือกเล็กเกินไปก็จะไม่สามารถสอดสายผ่านได้
ตารางที่ 1: มาตรฐานเกลียว PG (PG Thread)
| รหัสสินค้า | ขนาดเกลียว | ช่วงขนาดสาย (D1) | ความยาวเกลียว (D2) | ขนาดเกลียว (D3) | ราคา (บาท/ชุด) |
| 5401 | PG 7 | 3 – 6.5 mm | 6 mm | 12.5 mm | 55.- |
| 5402 | PG 9 | 4 – 8.5 mm | 7 mm | 15.2 mm | 69.- |
| 5403 | PG 11 | 6 – 10 mm | 8 mm | 18.6 mm | 75.- |
| 5404 | PG 13.5 | 8 – 11 mm | 9 mm | 20.4 mm | 89.- |
| 5405 | PG 16 | 10 – 13 mm | 9 mm | 22.5 mm | 104.- |
| 5406 | PG 21 | 13 – 18 mm | 9 mm | 28.3 mm | 173.- |
| 5407 | PG 29 | 18 – 25 mm | 10 mm | 37 mm | 317.- |
| 5408 | PG 36 | 25 – 32 mm | 10 mm | 47 mm | 570.- |
| 5409 | PG 42 | 32 – 38 mm | 14 mm | 54 mm | 759.- |
| 5410 | PG 48 | 37 – 44 mm | 12 mm | 59.3 mm | 1,093.- |
| 5411 | PG 63 | 45 – 52 mm | 15 mm | 70 mm | 2,392.- |
ตารางที่ 2: มาตรฐานเกลียวเมตริก (Metric Thread - M)
| ประเภท (Type) | ช่วงขนาดสาย (Cable Range D1) | ความยาวเกลียว (Thread Length D2) | ขนาดเกลียว (Thread Size D3) | ราคา (Price) |
| M 12 | 3 – 7 mm | 6 mm | 12 mm | 56.- |
| M 16 | 5 – 10 mm | 7 mm | 16 mm | 69.- |
| M 20 | 10 – 14 mm | 7 mm | 20 mm | 89.- |
| M 25 | 13 – 18 mm | 8 mm | 25 mm | 144.- |
| M 32 | 18 – 25 mm | 9 mm | 32 mm | 248.- |
| M 40 | 22 – 32 mm | 10 mm | 40 mm | 391.- |
| M 50 | 32 – 38 mm | 12 mm | 50 mm | 633.- |
| M 63 | 37 – 44 mm | 12 mm | 63 mm | 1,116.- |
| M 72 | 45 – 52 mm | 15 mm | 72 mm | 2,185.- |
| M 80 | 50 – 62 mm | 16 mm | 80 mm | 4,485.- |
| M 88 | 60 – 70 mm | 18 mm | 88 mm | 4,830.- |
| M 100 | 70 – 80 mm | 20 mm | 100 mm | สอบถาม |
มาตรฐานสากลที่รองรับ
ข้อมูลจากแคตตาล็อกระบุถึงการได้รับรองมาตรฐาน ISO และ TUV ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันคุณภาพในระดับสากล ทำให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าสินค้าผ่านการทดสอบทั้งในเรื่องของความทนทานต่อแรงดันน้ำ ความทนทานต่อความร้อน และคุณสมบัติการลามไฟที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล (Flame Retardancy: HB) ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับอาคารหรือโรงงานที่เน้นเรื่องความปลอดภัยด้านอัคคีภัย ☑ เคเบิ้ลแกลน
เคเบิ้ลแกลนทองเหลืองรองรับเกลียวหลากหลายประเภท
เคเบิ้ลแกลนทองเหลือง ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตั้งกับระบบไฟฟ้าที่หลากหลาย โดยสามารถเลือกใช้ ประเภทเกลียว (Thread Type) ได้ตามความเหมาะสมของอุปกรณ์และมาตรฐานของแต่ละประเทศ ทำให้ใช้งาน ลูกค้าสามารถเลือก ขนาดเกลียวและประเภทเกลียว ตามอุปกรณ์ที่ใช้งาน เช่น ท่อร้อยสาย, ตู้คอนโทรล, ข้อต่อไฟฟ้า ฯลฯ เราสามารถช่วยแนะนำขนาดและประเภทเกลียวที่เหมาะสมกับงานของคุณ พร้อมแจ้งระยะร้อยสาย (Cable Range)
1. ความแข็งแรงและทนทานต่อการกัดกร่อน ผลิตจาก ทองเหลือง (Brass) ซึ่งมีความแข็งแรงและเหนียวเชิงกลสูง ทนต่อแรงดึงและแรงบิดได้ดี พร้อมผ่านการ ชุบนิกเกิล (Nickel Plating) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการต้านทานการกัดกร่อนจากความชื้น น้ำทะเล และสารเคมีในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ช่วยยืดอายุการใช้งาน ไม่เกิดสนิมหรือสึกหรอง่าย แม้ใช้งานกลางแจ้งหรือในอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงสูง
2. มาตรฐาน IP68 – กันน้ำ กันฝุ่น ออกแบบด้วย ซีลยาง (Sealing Gasket) ที่แน่นหนา ช่วยป้องกันฝุ่นละอองและสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าสู่ระบบ รวมถึงสามารถกันน้ำได้ในระดับลึก เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่เปียกชื้น เช่น โรงงานอาหาร เครื่องจักร หรือระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภายนอก
3. ความปลอดภัยและมาตรฐานสากล ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ได้แก่
CE: รับรองคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในสหภาพยุโรป
RoHS: ปราศจากสารอันตราย เช่น ตะกั่ว หรือแคดเมียม
REACH: เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน
4. ป้องกันไฟฟ้าสถิตและสัญญาณรบกวน (EMC) รองรับการต่อสายดินอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดโอกาสการเกิดไฟฟ้าสถิต และลดปัญหาสัญญาณรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้า เหมาะสำหรับงานระบบที่ต้องการความเสถียรสูง
มาตรฐานความปลอดภัยเคเบิ้ลแกลนทองเหลืองซีรีส์ CGN-55
ในการออกแบบระบบไฟฟ้าสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหรืออาคารอัจฉริยะ อุปกรณ์ปิดผนึกช่องว่างระหว่างสายไฟและตู้ควบคุม หรือ เคเบิลแกลน (Cable Gland) กลายเป็นหัวใจสำคัญที่กำหนดอายุการใช้งานของระบบทั้งหมด ข้อมูลจากซีรีส์ CGN-55 เผยให้เห็นถึงมาตรฐานการผลิตที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น โดยเฉพาะการใช้เกลียวแบบเมตริก (Metric Thread) ที่ครอบคลุมตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่พิเศษ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้นในยุคปัจจุบัน
นวัตกรรมการออกแบบเพื่อความยืดหยุ่น (Scalability) จากข้อมูลตารางราคาและสเปก พบว่าเคเบิลแกลนตระกูลนี้มีการออกแบบที่รองรับช่วงขนาดสาย (Cable Range) ที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ตั้งแต่ขนาดมาตรฐานอย่าง M12 ที่รองรับสายขนาดเล็ก 3-7 มม. ไปจนถึงขนาดใหญ่ระดับ M100 ที่สามารถจัดการกับสายเคเบิลกำลังสูงขนาด 70-80 มม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความหลากหลายนี้ช่วยให้วิศวกรสามารถเลือกใช้อุปกรณ์จากซีรีส์เดียวกันได้ทั้งโครงการ ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการอะไหล่ (Spare parts) และสร้างมาตรฐานความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับตู้คอนโทรล
ความเป็นเลิศด้านวัสดุศาสตร์และมาตรฐาน IP68 เคเบิลแกลนทองเหลืองชุบนิกเกิลซีรีส์นี้ไม่ได้โดดเด่นเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังถูกออกแบบมาเพื่อสู้กับสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง ด้วยคุณสมบัติ Nickel Plated Brass ที่ให้ความแข็งแรงทนทานต่อการกระแทกและการกัดกร่อนสูงกว่าพลาสติกทั่วไปหลายเท่า ผสานกับระบบซีลยาง NBR ที่ช่วยให้บรรลุมาตรฐาน IP68 ซึ่งเป็นระดับการป้องกันสูงสุดที่สามารถกันน้ำและฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ แม้ในสภาวะอุณหภูมิที่สูงถึง 100°C หรือสูงสุด 120°C ในระยะสั้น อุปกรณ์นี้ก็ยังสามารถรักษาคุณสมบัติการป้องกันไว้ได้โดยไม่เสื่อมสภาพ
ผลงานสินค้าและบริการของเรา
ตัวอย่างผลงาน – ส่งมอบเคเบิ้ลแกลนกรุงเทพ และต่างจังหวัด เราไม่เพียงแต่มุ่งเน้นที่คุณภาพของตัวสินค้าเท่านั้น แต่ยังมีระบบการจัดการที่พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างทั่วถึง โดยมีผลงานการส่งมอบเคเบิลแกลนทั้งในเขต กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ด้วยสต็อกสินค้าที่ครบถ้วนทุกขนาดเกลียว ไม่ว่าจะเป็นเกลียว PG, Metric หรือ NPT ทำให้เราสามารถตอบสนองต่อคำสั่งซื้อที่เร่งด่วนได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว
ขั้นตอนการตรวจสอบและติดตั้งเกลียว PG, M, และ NPT
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบประเภทเกลียวที่ใช้งาน ก่อนเริ่มติดตั้ง ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์หรือรูติดตั้งมีการต๊าปเกลียวไว้แล้วหรือไม่ หากต๊าปไว้แล้ว ต้องทราบว่าประเภทเกลียวคือ PG, M, หรือ NPT พร้อมยืนยันขนาดเกลียว เช่น PG13.5, PG16, M32, M40, หรือ NPT3/4” โดยข้อมูลนี้จะช่วยให้การติดตั้งเหมาะสมและมั่นใจในความเข้ากันได้ของเกลียว
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบขนาดรูติดตั้ง วัดขนาดรูที่ต้องการติดตั้งด้วยเครื่องมือวัดที่เหมาะสม เช่น เวอร์เนียร์หรือไมโครมิเตอร์ เพื่อยืนยันว่าขนาดรูตรงกับขนาดเกลียวที่เลือก หากรูติดตั้งมีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป อาจต้องเจาะใหม่หรือติดตั้งอะแดปเตอร์เกลียวที่เหมาะสม
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบสายเคเบิ้ลให้เหมาะสม สำรวจสายเคเบิ้ลที่จะใช้งาน โดยวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของสาย และเปรียบเทียบกับ Cable Range ของเคเบิ้ลยึดสายไฟรุ่นนั้น ๆ หากสายเล็กหรือใหญ่เกินไป อาจทำให้การซีลไม่แน่นหนา หรือทำให้เกิดแรงดึงมากเกินไปที่สายเคเบิ้ล
ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้งเคเบิ้ลและขันเกลียวให้แน่น เมื่อเลือกขนาดที่เหมาะสมแล้ว ให้สอดสายเคเบิ้ลผ่าน Cable gland และปรับตำแหน่งให้สายอยู่ในจุดที่เหมาะสม จากนั้นขันส่วนเกลียวให้แน่นเพื่อให้ซีลยางทำงานเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการขันแน่นเกินไป เพราะอาจสร้างแรงกดต่อสายจนเกิดความเสียหาย ☑ รายละเอียดสินค้าและราคา
สอบถามและปรึกษาเกี่ยวกับสินค้าได้โดยตรง
บริการนำเข้าทางเครื่องบิน (Air Freight)
มีสต็อกพร้อมส่งในประเทศ รองรับการใช้งานได้ทันที
✅ จัดส่งได้ทันทีภายใน 1–2 วันทำการ
✅ ปริมณฑล และต่างจังหวัด 2-3 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการขนส่งเอกชน) **สามารถระบุได้
สั่งผลิตตามขนาดและความต้องการใช้งานได้
✅เลือกขนาดได้อิสระ: กำหนด ความกว้าง x ความสูง x ความลึก ตามพื้นที่ใช้งาน











